คำทำนาย"วันสิ้นโลก"
เรื่องลึกลับและท้าทาย 2009-03-27, 18:59:49
วันนี้มีเรื่องราวมานำเสนออีกแง่มุมหนึ่ง เป็นเรื่องของคำทำนายวันสิ้นโลก ขอย้ำว่า เรื่องที่จะให้อ่านต่อไปนี้ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล อาจจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้ แต่อ่านแล้วสำหรับคนไม่คิดไรมากก็ถือว่าเป็นหลักความรู้อย่างหนึ่ง
ความเชื่อเหล่านี้สอดคล้องกับความจริงอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย โดยอ่านไปก็คิดตามไป อย่างที่บอก เรื่องเหล่านี้ค่อนข้างละเอียดอ่อน ขึ้นอยู่กับพิจารณาแต่ละคนจริงๆ
เรื่องที่เล่าค่อนข้างยาว แต่อยากให้ อ่านให้จบ เพราะมันน่าติดตามมาก ค่อยๆอ่านไป มีเรื่องให้คิดตามด้วย สุดท้ายอ่านจบ จะคิดเห็นอย่างไรก็แล้วแต่ละคนไป
ตั้งแต่ปี 2000ที่ผ่านมาเราหวาดกลัวกันว่า วาระสุดท้ายของโลกจะมาถึงแล้ว ผู้พยากรณ์อย่าง "นอสตราดามุส" ได้ทำนายไว้ว่าความวินาศจะเกิดขึ้นกับโบกมนุษย์ในช่วง 200 จาภัยธรรมชาติโดยเฉพาะเพมือใหญ่ๆที่อยู่ในซีกโลกตอนเหนือ แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด คลื่นทะเลยักษ์ จะคร่าชีวิตคนหลายล้านคน ฟังดูน่ากลัว โลกจะพินาศจริงหรือ แล้วมันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และมีอะไรเป็นสัญญาณบอกเหตุล่วงหน้า และเราจะแก้ไขป้องกันได้อย่างไร?
อย่าเพิ่งเห็นว่าเป็นเรื่องของพระเจ้าหรือพระเยซูคริสต์ แต่ผมกำลังจะบอกให้ท่านๆทราบว่าพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์(Holy Bible)ได้ทำนายถึงวาระของโลกเราใบนี้ไว้อย่างไร ท่านลองอ่านช้าและพินิจพิเคราะห์ตามว่าจริงหรือเท็จ
ทุกข้อความในคัมภีร์ไบเบิ้ลบอกไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นถ้อยคำที่ได้รับการดลใจจากพระเจ้าซึ่งเขียนขึ้นเมื่อหลายพันปีมาแล้ว คัมภีร์ไบเบิ้ลได้กล่าวถึงวันสิ้นโลกอย่างละเอียด ซึ่งจะสรุปโดยย่อได้ดังนี้
"วันสิ้นโลก" หมายถึงยุคสุดท้ายที่พระเยซูจะเสด็จกลับมายังโลกครั้งที่ 2 (ครั้งแรกคือการที่พระองค์เสด็จมาบังเกิดเป็นมนุษย์และพลีชีพบนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปมนุษย์เมื่อสองพันกว่าปีที่ผ่าน) ซึ่งพระคัมภีร์ได้ทำนายและบอกไว้ว่าจะมีเหตุการณ์สำคัญๆที่บ่งบอกให้เราทราบถึงวันสิ้นโลกหรือวันที่พระเยซูคริสต์จะเสด็จกลับมาอีกครั้งดังนี้
1. ชนชาติยิวหรืออิสราเอลจะกลับคืนมามีประเทศอีกครั้งหนึ่ง ชาวยิวหรือที่เรารู้จักกันในปัจจุบันคือประเทศอิสราเอลเป็นชนชาติที่พระเจ้าได้เลือกสรรไว้ที่จะไม่มีวันสิ้นชาติไปจากแผ่นดินโลก เราเห็นได้ว่าในประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ว่า เมื่อ 586 ปีก่อนพระเยซูจะเสด็จลงมาเกิดนั้น ชนชาติยิวหลงลืมพรเจ้าและพระองค์ได้อนุญาตให้อาณาจักรบาบิโลนซึ่งรุ่งเรืองมากในสมัยนั้นยกทัพมาโจมรคกรุงเยรูซาเล็มและจับพวกเขาไปเป็นเชลย ในยุคต่อๆมาชาวยิวจึงแตกกระจัดกระจายไปตั้งถิ่นฐานอยู่ทั่วโลก(เหมือนม้งเราเลย) เมื่อ2000ปีก่อนพระเยซูได้ตรัสไว้ว่าเมื่อไรก็ตามที่ชนชาติอิสราเอลกลับคืนมรตั้งประเทศได้อีกที จะไม่มีใครสามารถทำลายพวกเขาได้อีก และเมื่อท่านเห็นเช่นนั้นเป็นสัญญาณตัวหนึ่งที่บ่งบอกว่าใกล้วันที่พระเยซูจะเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่งแล้ว
ทุกท่านอิสราเอลกลับคืนสู่ประเทศและสหประชาชาติรับรองเอกราชของประเทศนี้เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 1948 ว่าเป็นประเทศ เมื่อเริ่มแรกอิสราเอลมีพลเมืองไม่ถึง 1,000,000 คน (น้อยกว่าจังหวัดเชียงใหม่เราอีก)ได้ถูกกลุ่มอาหรับรังแกจนแทบจะตั้งตัวไม่ติด และแล้วในเดือนมิถุนายน 1967 อาหรับ 5 ประเทศซึ่งมีประชากรกว่า 200,000,000 คนได้รวมตัวกันสู้รบและทำสงครามกับอิสราเอลซึ่งมีประชากรไม่ถึงหนึ่งล้านคน ทำการสู้รบกับประเทศอาหรับ 5 ประเทศเป็นเวลา 7 วัน ผลปรากฎว่าอิสราเอลขยี้อาหรับจนสิ้นฤทธิ์ เครื่องบินทิ้งระเบิดของประเทศอียิปต์และซีเรีย 4,000 กว่าลำยังไม่ทันบินขึ้นจากสนามบินก็ถูกอิสราเอลทิ้งระเบิดถล่มยับเยิน แต่อาหรับยังไม่ท้อและเลิกโจมตีง่ายๆ ปี1972ในเช้าของวันหยุดทางศานาของอิสราเอลที่กองทัพอิสราเอลไม่ได้เตรียมตัวและตั้งตัวทันก็ถูกโจมตีจากอาหรับอีก(เหมือนหนังเรื่อง Pearl Harberเลย) คราวนี้ยืดเยื้อไปถึง 14 วัน แต่สุดท้ายอาหรับก็ต้องสยบยอมแพ้อีกเช่นเคย
ชนชาติอิสราเอลจะไม่มีใครทำลายได้ (แม้แต่ฮิตเลอร์ที่มีกองทัพเกรียงไกรและไล่เข่นฆ่าชาวยิวจนกองได้เป็นภูเขาๆ) นั่นเพราะพระเจ้าจะให้พวกเขากลับมาหาพระองค์ เมื่อเวลาที่พระเยซูคริสต์เสด็จกลับมาอีกครั้ง ทำไมอเมริกาและยุโรปมักจะอยู่ข้างอิสราเอลทุกครั้งที่เกิดปัญหาที่ตะวันออกกลาง นั่นเป็นเพราะเขาตระหนักดีว่าไม่มีใครจะปรบมือสู้รบกับประชากรที่พระเจ้าเลือกได้ 2. เหตุการณ์ทางการเมือง (จากพระธรรม มัทธิวบทที่ 24 ข้อ 6 - 7) 2.1 สงคราม ก่อนวันที่พระเยซูจะเสด็จกลับมา ประเทศต่างๆในโลกจะมีการแย่งชิงอำนาจ และความเป็นใหญ่ โดยการทำสงครามกัน จะมีการเกลียดชัง และเอาเปรียบกันซึ่งนำไปสู่การสู้รบที่รุนแรง นับแต่วันที่พระเจ้าสร้างโลกใบนี้มา ไม่มีสงคราใดจะใหญ่โตเลย จนกระทั่ง - ศตวรรษที่ 20 ก็ได้อุบัติสงครามโลกครั้งที่ 1 (ปี 1914 - 1917 ) และสงครามโลกครั้งที่ 2 (1939 - 1945) ปะทุขึ้น มีคนเสียชีวิตมากว่า 29,000,000 คน - สงคราเกาหลี (1950 - 1953 ) และสงครามเวียตนาม (1968 - 1972) ได้คร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 10,000,000 คน ปัจจุบันมีการสู้รบกันประปรายในประเทศต่างๆทั่วโลกไม่น้อยกว่า 20 สงครามในทุกๆวัน 2.2 การรวมตัวกันของประชาชาติต่างๆ เห็นได้จากการรวมตัวกันของสหภาพยุโรปหรืออียู (E.U. = Europe Union) เป็นการรวมตัวกันของ 11 ประเทศในยุโรป ไม่ใช่สิ่งที่เป็นปรากฎการณ์ใหม่หรือแปลกประหลาดอะไรเลย เพราะในพระคัมภีร์ในพระธรรมดาเนียลบทที่ 7 ข้อ 19และ 24 ได้ทนายไว้เกือบ 500 ปีก่อนสมัยที่พระเยซูคริสต์จะเกิดเสียอีก และในพระธรรมวิวรณ์บที่ 17 ข้อ 12 ได้ทำนายไว้หลังจากพระเยซูเสด็จขึ้นสวรรค์แล้ว 95 ปีไว้อย่างชัดเจนว่าจะมีประเทศต่างๆ 10 ประเทศซึ่งเคยรวมตัวกันเป็นจักรวรรดิ์โรมันในสมัยก่อนกลับมารวมตัวกันอีกครั้งก่อนที่พระเยซูคริสต์จะเสด็จกลับมาครั้งที่สอง การรวมตัวนี้จะเกิดขึ้นเป็น 2 ช่วงคือ - ช่วงที่ 1 เป็นการรวมตัวกันเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็คือการประกาศใช้เงินสกุลยูโร(Euro)สกุลเดียวในช่วงปี 1999 ที่ผ่านมา (หรือแม้ASEANเราที่กำลังเป็นประเด็นพูดคุยกันอยู่ในปัจจุบัน ล่าสุดการประชุมคณะรัฐมนตรีต่างประเทศที่ประเทศกัมพูชาที่ผ่านมาก็ได้หยิบยกประเด็นนี้มาพูดอีกครั้งและมีการพูดถึงการใช้เงินสกุลอาเซียนเราด้วย) - ช่วงที่ 2 จะมีการรวมตัวทางการเมืองคือ มียุโรปเดียว รัฐบาลเดียว ซึ่งในช่วงที่สองนี้กำลังมีการเจราจารายละเอียดอยู่ในขณะนี้ พระคัมภีร์ทำนายไว้ว่าจะมีการรวมตัวกันของ 10 ประเทศ นั่นหมายถึงอาจมีหนึ่งประเทศถอนตัวในอนาคตอย่างแน่นอน
3. เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจ (จากพระธรรมมัทธิวบทที่ 24 ข้อ 7 )
3.1 เกิดการกันดารอาหารทั่วโลก เมื่อปี 1800 ประชากรของโลกมีจำนวน 2,000,000,000 คน (สองพันล้านคน)ปี 1950 เพิ่มเป็น 3,000,000,000 คน (สามพันล้านคน)เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 1999 ประชากรโลกมี 6,000,000,000 คน (หกพันล้านคน) นักวิทยาศาสตร์ทำนายว่าอีก 50 ปีข้างหน้าน้ำมันเชื้อเพลิงจะหมดไปจากโลกนี้ ทุกวันนี้ประเทศเอธิโอเปียมีคนตายเพราะขาดอาหารวันละ 3,000 คน นักเศรษฐศาสตร์ทำนายว่าแต่ละวันประชากรโลก 2,000,000,000 คน(สองพันล้านคน)มีอาหารกินอิ่ม อีก 2,000,000,000 คน (สองพันล้านคน)มีอาหารกินอย่างเร้นแค้นและกินไม่อิ่ม ในขณะที่อีก 2,000,000,000 คน(สองพันล้านคน)ไม่มีแม้แต่จะกิน (ครบ 6,000,000,000 ล้านคนพอดี

ดีมาก
ตอบลบบ้าอะป่าว
ตอบลบน่ากลัวจังเรยอ่า
ตอบลบยังไม่อยากตาย
55+
อีก3ปี ข้างหน้านี้
ตอบลบเราจะตายกัลมั๊ยเนี่ย ??
- -
เม้นกลับด้วยนะ เต้ย